The Bedrock of HGH

No Comments »

HGH
HGH or Weak Maturation Secretion, as the traducement suggests, is a strain of catecholamine that stimulates body melioration. To be specific, HGH helps the body to discolour taller.

This type of vasoconstrictor is naturally excreted by the body. Free through the unshapely glands, HGH improves elevation and change improves the recollection meat of the cause.

This type of catecholamine is at its superlative from the archaic immature life to modern teens as the individual is turn to aggressively colour.

With the humor of HGH, the person becomes stronger and statesman nubile.

The release of HGH from the unshapely secretor reduces when the person movement maturity. This can be noticed when the person stops thriving.

By the instant the someone reaches 30 years old, the resign of HGH significantly drops.Human Growth Hormone

ข้าว-แป้ง ให้ประโยชน์อะไรต่อร่างกาย

No Comments »

อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง เป็นอาหารที่รับประทานในปริมาณมากที่สุด ในบรรดาอาหาร 5 หมู่ของไทย คือ รับประทานวันละ 8-12 ทัพพี ในขณะที่รับประทานพืชผัก 4-6 ทัพพี และเนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนโต๊ะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคาจะรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์เป็นหลักไม่ได้หรือ ทั้งที่ได้รสชาติก็อร่อยกว่าและรับประทานครั้งละมาก ๆ จนอิ่มก็ได้ เช่น สเต๊ก ไก่ย่าง และหมูปิ้ง เป็นต้น

อาหารหลัก 5 หมู่
หมู่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
หมู่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
หมู่ 3 ผักใบเขียว และพืขผักสีต่าง ๆ
หมู่ 4 ผลไม้
หมู่ 5 น้ำมันและไขมัน

อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ มีสารอาหารหลักคือ โปรตีนซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายคือ

1.นำไปสร้างส่วนประกอบของร่างกาย ได้แก่ เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นผม ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอ

2.นำไปสร้างสารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการทำงานของร่างกาย ได้แก่ เม็ดเลือด ฮอร์โมน เอนไซม์ และสารต้านโรค

3.ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี แต่การนำโปรตีนไปใช้เป็นพลังงานในร่างกายจะเหลือส่วนที่มีไนโตรเจนซึ่งใช้ เป็นพลังงานไม่ได้ ถ้ามีมากเกินไปจะถูกส่งไปให้ตับเปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้วส่งให้ไตขับออกจากร่าง กาย ทำให้ตับและไตทำงานมากขึ้นจึงควรนำโปรตีนไปทำประโยชน์ตามข้อ 1 และ 2 ดีกว่า

อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง อาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งของ คาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี เมื่อรับประทานข้าว-แป้งเข้าไป จะเกิดการย่อยในลำไส้เล็ก คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงจนอยู่ในรูปน้ำตาลกลูโคส (more…)

บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด

No Comments »

อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ

พฤติกรรมดังกล่าว หากทำบ่อย ๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และหันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้… ยืดเหยียดคอ -ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา -หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา -ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น เสริมความแข็งแรงของคอ -ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า -เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน -ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคำด้านข้าง -และเสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน ข้อควรรู้ การบริหารคอในท่าต่าง ๆ ข้างต้น ควรทำค้างแต่ละท่าราว 20 วินาที และไม่บริหารคอด้วยความรุนแรง เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้

ที่มา : women.sanook.com

ประจำเดือนแบบไหนที่ควรตกใจ

No Comments »

ประจำเดือนเป็นเรื่องใกล้ตัวสาวๆทุกคน แต่ก็ใช่ว่าเราจะรู้เรื่องนี้กันดีนัก พอเกิดอาการผิดแผกแตกต่างจากเดือนก่อนๆขึ้นมา สาวๆก็ตกใจแทบสิ้นสติ มาเรียนรู้เรื่องประจำเดือนกันเถอะ

วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ

ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 – 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 – 35 วัน

หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมา ข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว

สาเหตุและการรักษา สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี (more…)

โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน

No Comments »

ท่ามกลางการแข่งขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบันทำให้คนเราต้องทำงาน หนักมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ที่พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวหรือสร้างครอบครัวใหม่บางคน ถึงกบต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้าน รถ ฯลฯ และจากการทำงานที่หนักขึ้นอาจกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพกายและใจได้โดยไม่ รู้ตัวจนส่งผลให้บุคคลนั้นมีอาการของ “โรคบ้างาน”

โรคออฟฟิศซินโดรม หรือ โรคบ้างาน ปัจจุบันโรคนี้จะพบมากขึ้นในคนไทยซึ่งแต่เดิมที่จะพบแค่ในผู้ชายญี่ปุ่เท่า นั้นซึ่งเรียกว่าโรค Workaholic หรือโรคติดงาน

คนที่ชอบทำงานหนัก หากได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะตื่นตระหนกได้ แต่ความจริงแล้วโรคออฟฟิศซินโดรมหรือบ้างานนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงและน่า กลัวอย่างที่คิด เป็นแค่เพียงภาวะทางจิตอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจจะก่อ ให้เกิดโรคทางร่างกายตามมา (more…)

สุดยอดอาหาร…ป้องกันโรค

No Comments »

อาหารใช่แค่เพียงอร่อย แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพคุณได้มากกว่าที่คิด และนี่คือสุดยอดอาหารสำหรับคุณ

You are What You Eat….. กินอย่างไรก็ได้ (สุขภาพ) อย่างนั้น ประโยคนี้ยังใช้ได้ผลเสมอโดยเฉพาะกับยุคนี้ที่มีอาหารปรุงแต่งมากมาย แต่ถึงอย่างไรก็คงสู้อาหารธรรมชาติไม่ได้หรอก หากเราสังเกตสุขภาพตัวเองและคนใกล้ตัวให้ดีละก็จะรู้ว่าอาหารมีผลต่อสุขภาพ จริงๆ เช่น คนที่รับประทานแต่พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด เป็นประจำมักป่วยบ่อย แต่ถ้าใครที่รับประทานผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และปลาอย่างสม่ำเสมอโดยมีความสมดุลกัน ก็จะช่วยให้ร่งกายแข็งแรง สุขภาพดี ดังนั้น ดร.เพเตอร์ ชไลเดอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวเยอรมันจึงได้จัดลำดับอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดต่ออวัยวะต่างๆในร่างกายดังนี้

ดวงตา
- สับปะรด มีเอนไซม์มากมายที่จะช่วยผ่อนคลายสายตาหลังนั่งทำงานมาทั้งวัน
- โรสแมริน ช่วยทำความสะอาดและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่ดวงตา
- เก๋ากี้ มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และแร่ธาตุที่สำคัญๆเช่น สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซียม เจอร์มาเนียม ซีลีเนียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ มากมายมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสายตา กล่อมประสาทให้หลับสบาย ช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย สายตาไม่ดี โดยเฉพาะสายตาบอดในเวลากลางคืน ฯลฯ

สมอง
- ถั่ว Linsen มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเลซิติน ให้พลังงานแก่เซลล์สมองถั่วลินเซ็นมีขายตามร้านขายอาหารอินเดียและเป็นอาหาร ที่ชาวเยอรมันและชาวสวิตเซอร์แลนด์นิยม นำทำมาเป็นซุปรับประทานกัน
- สัตว์ปีก ให้พลังงานแก่การทำงานของสมอง
- ข้าวโอ๊ต ให้พลังงานสูงที่สุดสำหรับสมอง นอกจากนี้ ยังมีกรดฟีนอลที่จะช่วยในเรื่องของความทรงจำที่ดีอีกด้วย
- อะโวคาโด มีวิตามินบีสูง เหมาะสำหรับคนที่มีความเครียด นอนไม่หลับหรือจิตใจว้าวุ่น
- กล้วย มีฮอร์โมนสำหรับเส้นประสาทในสมอง มีน้ำตาลกลูโคส วิตามิน และเกลือแร่ในการให้ พลังงานแก่สมอง
- แอพริคอต (Apricot) มีแร่ธาตุจำเป็น

ขอบคุณภาพประกอบ : Getty Images

ที่มา : women.sanook.com

ข้ออ้างใหม่ถูกใจสาว…ชอปปิ้งดีต่อสุขภาพ

No Comments »

การชอปปิ้งช่วยใหู้ผู้หญิงเผาผลาญพลังงานได้เกือบ 48,000 แคลอรี่ต่อปี หรือการกินอาหารรวม 25 วัน

งาน วิจัยพบข้ออ้างใหม่ถูกใจสาวนักชอป… ระบุการเดินซื้อของในแต่ละสัปดาห์ ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เฉลี่ยถึง 385 แคลอรี่ หรือเท่ากับแคร์รอทเค้ก 1 ชิ้น หรือไวน์แก้วใหญ่ 2 แก้ว

ตลอดทั้งปี ผู้หญิงจะเดินหาซื้อของลดราคารวมแล้ว 247 กิโลเมตรหรือพอๆ กับระยะทางจากกรุงลอนดอนไปนอตติ้งแฮม ซึ่งกว่าครึ่ง ของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,000 คน ที่เป็นสาวนักชอปจากเมืองผู้ดี บอกว่า “การเดินซื้อของเหนื่อยกว่าการออกกำลังกายในฟิตเนส”

ผล สำรวจที่ดีเบนแฮมส์ ห้างสรรพสินค้าดังในอังกฤษ จัดทำขึ้นยังพบว่า… ในแต่ละสัปดาห์ ผู้หญิงใช้เวลาเฉลี่ย 2.5 ชั่วโมง และระยะทาง 4.7 กิโลเมตรในการเดินห้าง เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ใช้เวลาเฉลี่ยแค่ 50 นาที และระยะทางในการเดินเพียง 2.4 กิโลเมตรเท่านั้น


นอก จากนี้ ยังพบว่าทุกครั้งที่ออกไปชอปปิ้ง ผู้หญิงจะเดิน 7,305 ก้าว หรือเกือบ 3 ใน 4 ของระยะทางที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษแนะนำให้เดินในแต่ละวัน

นัก วิจัยคำนวณว่าการชอปปิ้ง 3 ชั่วโมงช่วยเผาผลาญพลังงาน 495 แคลอรี่ที่ได้ จากบิ๊กแมค 1 ชิ้น, ชอปปิ้ง 2 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 283 แคลอรี่ หรือเท่ากับกาแฟลาเต้ 1 แก้ว

กลุ่มสำรวจ 1 ใน 3 บอกว่าชอปปิ้ง ‘จริงจัง’ สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่ 8 ใน 10 ยอมรับว่าใช้เวลาและเดินทนขึ้นเมื่อไปชอปกับเพื่อน ระหว่างนั้นยังแวะกินอาหารกลางวันหรือดื่มกาแฟด้วย แต่ 45% บอกว่าเดินชอปจนหมดแรงโดยไม่นั่งพักเลย

ในการสำรวจอีกชิ้น ผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณว่า ผู้หญิงเผาผลาญพลังงาน 5 แคลอรี่ในทุกๆ 1 นาที ที่เดินดูของ หรือเกือบ 48,000 แคลอรี่ต่อปี หรือเท่ากับปริมาณการบริโภคอาหารที่แนะนำไว้วันละ 1,940 แคลอรี่ 25 วัน

ผลศึกษายังแสดงให้เห็นว่า แต่ละเดือน ผู้หญิงเดินชอปปิ้งตามห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าใกล้บ้าน 11 ครั้ง รวมเวลาที่ใช้ไปทั้งสิ้นราว 13 ชั่วโมง

ผู้หญิง 2 ใน 3 จากกลุ่มสำรวจทั้งหมด 3,000 คนในโพลล์ของสกินนี คาว ผู้ผลิตของหวานไขมันต่ำ ไม่ชอบเดินทอดน่องละเลียดดูของ แต่จะรีบหาทุกอย่างที่ต้องการอย่างเร็วที่สุด เท่าที่ทำได้…

ที่มา : women.sanook.com

สาวกรุงงานรัดตัว ละเลยตรวจสุขภาพน้อยกว่าหญิงภาคอื่น

No Comments »

สสช.เผย ผลสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทยในปี 2552 พบสาว กทม. ละเลยการตรวจสุขภาพตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภาคอื่นๆ เหตุชีวิตเร่งรีบ หน้าที่การงานรัดตัว

นางจีรา วรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.และกรมอนามัยร่วมสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทย ประจำปี 2552 พบว่าผู้หญิงในเขตเทศบาลแต่งงานช้ากว่าผู้หญิงที่อยู่นอกเขตเทศบาล ส่วนการตรวจหาก้อนที่เต้านมของหญิงอายุ 30- 59 ปี ในรอบปีที่ผ่านมามีเพียงร้อยละ 58.1 ซึ่งเป็นการตรวจด้วยตนเองร้อยละ 23.6 ตรวจโดยบุคลากรสาธารณสุขร้อยละ 20.3 และตรวจด้วยตนเองและบุคลากรสาธารณสุข ร้อยละ 14.2 เมื่อพิจารณาจำแนกตามเขตการปกครองและภาค พบว่า หญิงที่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยตรวจหาก้อนที่เต้านมใน รอบปีที่ผ่านมาสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 64.9 และ 63.3 ตามลำดับ ส่วนภาคที่เคยตรวจน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.4

ด้านการ ตรวจมะเร็งปากมดลูก หญิงอายุ 30 – 59 ปี ที่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามี ร้อยละ 60.2 หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนที่เคยตรวจต่ำสุด ร้อยละ 44.4 ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 69.0 และ 67.3 ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการรณรงค์ในการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์ผ่านทางอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานพยาบาลในพื้นที่นอกเขตเทศบาล สามารถเข้าถึงครัวเรือนหรือกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าในเขตเทศบาล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ผู้หญิงมีการทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่นอกครัวเรือนและเร่งรีบ โอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยบุคลากรสาธารณสุข มีน้อยกว่าหญิงที่อยู่ในภาคอื่น

ที่มา : women.sanook.com

หล่อ เท่ สไตล์ อู-ภาณุ สุวรรณโณ

Comments Off

หล่อ เท่ สไตล์ อู-ภาณุ สุวรรณโณ

เจอกันทีไร Ms. Healthy ก็มักจะมีเคล็ดลับสุขภาพดีมาฝากกันเช่นเคย วันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคุ้นหน้าค้นตากันใน ละครแจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดาทางช่อง7 เห็น หล่อ เท่ ขนาดนี้จึงอดไม่ไหวที่จะตามไปล้วงความลับมาฝากกัน

“ก็ใช้วิธีออกกำลังกาย เช่นการวิ่ง ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะไปวิ่งแถวๆ บ้าน แต่ถ้าไม่มีเวลาต้องอยู่แต่ในกองถ่าย (more…)